
www.siamtricycle.com
รถสามล้อถีบ หรือรถจักรยานสามล้อที่ใช้แรงคนถีบนี้เป็นประดิษฐกรรมของนาวาอากาศเอกเลื่อน พงษ์โสภณ เริ่มทดลองใช้ในปี
พุทธศักราช 2476 โดยนำรถจักรยานสองล้อมาดัดแปลง ผสมผสานกับ “รถลาก” หรือ “รถเจ๊ก” ซึ่งในระยะแรกที่นั่งของคนขับไม่ได้
อยู่ด้านหลังเหมือนปัจจุบันและยังไม่มีหลังคาบังแดดให้ผู้โดยสาร สำหรับความเกี่ยวข้องกับนครราชสีมาคือ นาวาอากาศเอกเลื่อน
พงษ์โสภณ เป็นชาวนครราชสีมาและได้นำรถสามล้อมาทดลองเปิดบริการรับส่ง ผู้โดยสาร ที่จังหวัดนครราชสีมาเป็นที่แรก
เมื่อประสบความสำเร็จจึงได้ขอจดทะเบียนเป็นรถรับจ้างที่กรมตำรวจและเปิดกิจการรถสามล้อจำนวน 50 คัน จากนั้นการใช้รถ
สามล้อจึงแพร่ขยายไปทั่วประเทศ จนปีพุทธศักราช 2510 จำนวนรถยนต์ในกรุงเทพมหานครเพิ่มมากขึ้นเจ้าพนักงานจราจรจึงประกาศ
ห้ามมิให้รถสามล้อวิ่งในถนนสายต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร ปัจจุบันจึงเหลือรถสามล้อวิ่งตามต่างจังหวัด
See more at: http://www.koratnana.com/index.php?topic=3379.0#sthash.1LihIJKm.dpuf
รถจักรยานสามล้อถีบคันแรกในเมืองไทยเริ่มมีขึ้นในราวปี พ.ศ.2476 ที่จังหวัดนครราชสีมา โดยนายเลื่อน พงษ์โสภณ
เป็นผู้ประดิษฐ์คิดค้นขึ้นก่อน (ได้รับพระราชทานยศเป็นนาวาเอก เมื่อ พ.ศ.2500) ได้แก้ไขปรับปรุงอยู่หลายครั้งจึงนำมาจดทะเบียนในกรุงเทพฯได้ ในวันแรกที่นำรถมาจดทะเบียน ไม่มีคนสนใจและหาคนขี่ไม่ได้ นายเลื่อนต้องทดลองขี่ให้ดูและจ้างให้คนนั่ง ครั้งแรกจ้างเด็กคนละ 5 สตางค์ ต่อมามีคนขี้เมาสองคนมาขอขึ้น นายเลื่อนก็ถีบรถให้นั่งโดยไม่คิดค่าโดยสาร แต่ได้ผลเกินคาด ขี้เมาชอบใจ
ช่วยประกาศโฆษณาจนคนอยากทดลองมากขึ้น และเริ่มสนใจกันอย่างแพร่หลาย เพราะเห็นว่าดีกว่ารถลาก (รถเจ๊ก)
ต่อมามีคนเช่าไปถีบ 7 วัน โดยให้ค่าเช่าล่วงหน้า แต่ปรากฏในภายหลังว่าไม่ได้เช่าไปขับขี่ กลับเอาไปเป็นตัวอย่างทำเลียนแบบ
กว่านายเลื่อนจะรู้ กลับจากจังหวัดนครราชสีมาลงมากรุงเทพฯ อีกครั้งหนึ่งก็มีรถสามล้อถีบในกรุงเทพฯ เกือบ 500 คันเข้าไปแล้ว
นายเลื่อน พงษ์โสภณ ไม่มีทุนสร้างแข่งขันพวกพ่อค้า ในที่สุดก็ยอมเลิกราไปเอง
สามล้อได้วิวัฒนาการและใช้เป็นพาหนะที่สำคัญในกรุงเทพฯต่อมาเป็นเวลาช้านาน จนกลายเป็นอาชีพหลักของคนยากจน โดยเฉพาะ
ชาวต่างจังหวัดได้เข้ามาประกอบอาชีพถีบสามล้อกันเป็นจำนวนมาก
ครั้นถึง พ.ศ.2506 จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรี ได้มีบัญชาให้ตำรวจยกเลิกการจดทะเบียนจักรยานสามล้อและจักรยาน
สามล้อส่วนบุคคลที่ใช้ในจังหวัดพระนครและธนบุรี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2507 เป็นต้นไป ทั้งนี้ก็ด้วยเหตุผลเกี่ยวกับปัญหาการจราจร ปัญหาทางสังคมอันเนื่องมาจากการอพยพของคนต่างจังหวัดเข้ามาประกอบอาชีพนี้ และปัญหาความสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง
See more at: http://www.koratnana.com/index.php?topic=3379.0#sthash.1LihIJKm.dpuf |